ThaiTradeTravel.Com
THAI - Stay Healthy  

บทความน่าสนใจ จาก email, face book, website
เพื่อนๆ ส่งมา พิจารณาด้วยตัวท่านเอง


โภชนบำบัด บอกลา 7 โรคร้ายด้วยการกิน

  



.

โภชนบำบัด บอกลา 7 โรคร้ายด้วยการกิน

ถ้าไม่อยากเป็นโรคร้ายก็ต้องเปลี่ยนตัวเอง เริ่มจากการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินกันก่อนเลย จากกินให้เป็นโรค
มาเป็นกินเพื่อรักษาโรค เว็บไซต์ emaginfo มีข้อมูลเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง

พฤติกรรมการกินของคนสมัยนี้ เน้นไปที่หน้าตาและความอร่อย แต่จะบอกเลยว่ากินแบบนี้ก็ไม่ถูกวิธีนัก
เพราะสุขภาพร่างกายของคนเราไม่ได้ต้องการอาหารอร่อย หรืออาหารหน้าตาดีให้เพลินพุง สำหรับร่างกายเราแล้ว
"การกิน" ไม่ใช่กินอย่างไรให้อร่อย แต่เน้นเรื่อง "กินดี" เพื่อต้านโรค ถึงจะได้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายสูงสุด

จะเห็นได้ว่าคนยุคนี้มีโรคภัยมากมายเกาะกุมรุมเร้า และอาหารการกินก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคของหลาย ๆ
คนเช่นกัน แม้ตอนนี้กินตามใจแล้วดูไม่เห็นมีพิษมีภัยอะไร แต่อนาคตล่ะ จะรอดพ้นจากภัยโรคทั้งหลายหรือ ?

จำไว้ให้แม่นเลยว่า… ถ้าคุณเป็นคนกินไม่เลือก ตามใจลิ้นอยู่ร่ำไป บอกเลยว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาโรคเรื้อรังต่าง ๆ
ขึ้นตามมาได้ หลายคนอาจยังทันที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่บางคนถ้าสายเสียแล้วที่จะแก้ไข "วิธีโภชนบำบัด"
(diet therapy) ที่เราจะกล่าวถึงก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย เพื่อให้การรักษาได้ผล
อย่างเต็มประสิทธิภาพ ร่วมไปกับการรักษาทางการแพทย์

โรคเบาหวาน : คุมน้ำตาล

โรคเบาหวานเป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เซลล์ต่าง ๆ ทำงานได้น้อยลง รวมทั้งเกิด
ความผิดปกติในการเผาผลาญสารอาหารด้วย ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก

การรักษาเบาหวานนั้น สิ่งสำคัญมากกว่าการรักษาด้วยยา คือ การควบคุมอาหาร ที่ทำไปพร้อมไปกับ
การควบคุมน้ำหนักและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ผู้ที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานควรงดเว้นอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลทุกชนิด จำกัดปริมาณผลไม้
และธัญพืชต่าง ๆ รวมทั้งข้าว เพราะจะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด

ควรรับประทานผักประเภทใบที่มีใยอาหารสูงให้มากขึ้นในปริมาณไม่จำกัด เช่น ผักบุ้ง ผักกาดขาว
ส่วนอาหารจำพวกโปรตีนยังสามารถกินได้ปกติ แต่ควรระมัดระวังเรื่องน้ำหนักตัว เพราะจะส่งผล
โดยตรงกับอาการของเบาหวาน

โรคหลอดเลือดแข็งและคอเลสเตอรอล : คุมไขมันอิ่มตัว

ภาวะไขมันในเลือดสูงจะมีผลให้ไขมันไปเกาะตามผนังหลอดเลือดจนขาดความยืดหยุ่น และอุดตันได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ถ้าเกิดการอุดตันจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย
(myocardial infarction) และเสียชีวิตอย่างรวดเร็ว

ไขมันที่พบว่าเกิดการสะสม คือ คอเลสเตอรอล เพื่อความปลอดภัยองค์การอนามัยโลกได้เสนอให้
ควบคุมปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือด ให้ต่ำกว่า 200 มิลลิกรัมต่อเลือด 100 มิลลิลิตร

เมื่อคอเลสเตอรอลได้จากอาหาร ก็ต้องควบคุมโดยลดการกินไขมันอิ่มตัว เช่น ไขมันจากสัตว์ ไข่แดง
นม น้ำมันพืชบางชนิด เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม เพิ่มปริมาณอาหารที่มีใยอาหารให้มากขึ้น
เช่น ผัก ผลไม้ ข้าวโอ๊ต เพราะใยอาหารจะจับกับคอเลสเตอรอลในลำไส้เล็กทำให้ถูกดูดซึมได้น้อย
และจะถูกขับออกมาทางอุจจาระ นอกจากนี้ แหล่งไขมันที่ควรได้รับในแต่ละวันควรมาจากไขมันไม่อิ่มตัว
เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันรำข้าว อย่างน้อย 10-12% ของพลังงานทั้งหมด

โรคอ้วน : คุมสัดส่วนอาหาร

น้ำหนักตัวเกินมาตรฐานเกิดจากร่างกายได้รับพลังงานมากเกินความต้องการ จึงเกิดการสะสมในรูปของไขมัน
จนอาจทำให้การทำงานของร่างกายผิดปกติและเกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ
เบาหวาน ข้ออักเสบ และระบบทางเดินหายใจ

การรักษาจะต้องเริ่มจากสาเหตุ คือควบคุมปริมาณการกินอาหารให้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม และออกกำลังกายให้มากขึ้น

ในส่วนของอาหารนั้นจำเป็นต้องกินอาหารให้ครบทุกมื้อ แต่ลดพลังงานลงวันละ 500 แคลอรี่ จะสามารถลด
น้ำหนักลงได้สัปดาห์ละ 1/2 กิโลกรัม เช่น เปลี่ยนจากกินข้าวมาเป็นผักที่มีใยอาหารสูงเพื่อให้อิ่มนานขึ้น
งดอาหารที่มีไขมันมาก เช่น เนื้อติดมัน อาหารทอด และงดอาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารทุกมื้อควรมีปริมาณ
โปรตีนที่มีคุณภาพอย่างเพียงพอ เช่น ถั่วชนิดต่าง ๆ แทนที่จะเป็นเนื้อสัตว์ที่มักจะมีไขมันสูง

โรคไต : เน้นโปรตีนต่ำ

ไต ทำหน้าที่ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย แต่ส่วนใหญ่จากการเผาผลาญของโปรตีน ดังนั้นอาหาร
ที่ทำให้ไตต้องทำงานหนักมากขึ้นในการขับถ่ายของเสีย คือ โปรตีน โรคเกี่ยวกับไตมีอยู่มากมายหลายชนิด
แต่โดยสรุปก็คือทำให้ไตไม่สามารถทำหน้าที่อย่างปกติได้ หลักสำคัญในการรักษาด้วยอาหารคือช่วยให้ไต
ทำงานน้อยลง เพื่อให้ไตได้มีโอกาสพักหรือฟื้นตัว และลดการคั่งของของเสีย อาหารที่รับประทานควรจะมี
ปริมาณโปรตีนน้อย แต่เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง เช่น เนื้อสัตว์ นม ไข่ เพื่อนำไปช่วยเสริมสร้างทดแทน
เนื้อเยื่อต่าง ๆ ที่สูญเสียไป

แต่สำหรับผู้ที่เป็นไตวายเรื้อรังจะมีระดับฟอสเฟตในเลือดสูง จำเป็นต้องงดโปรตีนที่มาจากนม ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ
และไข่ เพราะเป็นอาหารที่มีปริมาณฟอสเฟตสูง

เมื่อจำกัดปริมาณโปรตีนในอาหารแล้ว พลังงานส่วนใหญ่ที่ได้รับจึงมาจากน้ำตาล ไขมัน และแป้งที่มีโปรตีนน้อย
เช่น วุ้นเส้น แป้งมัน ข้าวโพด มันสำปะหลัง วุ้น ลูกชิด สาคู เป็นต้น รวมทั้งจำกัดการได้รับโซเดียม
โดยหลีกเลี่ยงสารปรุงรสที่มีเกลือโซเดียมเป็นองค์ประกอบทั้งสิ้น

โรคความดันโลหิตสูง : ระวังเกลือ

ความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากแรงดันภายในหลอดเลือดแดงสูงตลอดเวลา
โดยแรงดันค่าสูงสุด (systolic blood pressure) และแรงดันค่าต่ำสุด (diastolic blood pressure)
มีค่าสูงกว่า 160/95

โรคความดันโลหิตสูงจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมามากมาย คือหลอดเลือดแดง ไม่แข็งแรง
เลือดไปเลี้ยงไม่สะดวก โดยเฉพาะถ้าเกิดขึ้นในบริเวณอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ สมอง ไต หรือจอตา
ก็จะส่งผลให้เกิดอันตรายหรือถึงแก่ชีวิตได้

หลักการรักษาโรคความดันโลหิตสูงคือการควบคุมอาหาร การลดน้ำหนักลงให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
และออกกำลังกายสม่ำเสมอ รวมทั้งหลีกเลี่ยงความเครียด การดื่มเหล้า และสูบบุหรี่

อาหารที่ควรจำกัดคืออาหารที่มีเกลือหรือโซเดียมอยู่มาก เพราะโซเดียมที่อยู่ในเกลือจะทำหน้าที่ใน
การควบคุมสมดุลแรงดันของผนังเซลล์ และปริมาณน้ำในร่างกาย อาหารที่มีเกลือโซเดียมมาก
ได้แก่ น้ำปลา ซอสปรุงรสต่าง ๆ อาหารทะเล และยาบางชนิด

นอกจากนี้ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันมาก เพราะจะทำให้
การควบคุมน้ำหนักเป็นไปได้ยาก โดยน้ำหนักที่เกินมาตรฐานจะทำให้หัวใจ ทำงานหนักมากขึ้นด้วย

โรคเกาต์ : เบากรดยูริก

โรคเกาต์เกิดจากการที่ร่างกายมีระดับกรดยูริก (uric acid) ในเลือดสูง ร่างกายได้รับกรดยูริกจากอาหาร
และจากการสังเคราะห์ขึ้นในร่างกายโดยการสลายตัวของเซลล์ต่าง ๆ โดยจะมีอาการปวดที่เกิดจาก
การอักเสบของบริเวณที่มีการสะสมของกรดยูริก โดยเฉพาะบริเวณเนื้อเยื่อข้อต่อของกระดูก
ทำให้ข้อกระดูกเสื่อม และกระดูกบริเวณนั้นผิดรูปได้

อาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเกาต์จะต้องมีสัดส่วนของสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่
โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นแหล่งของกรดยูริก เช่น เครื่องในสัตว์ ถั่วต่าง ๆ ไข่ปลา ชะอม กะปิ
ปลาซาร์ดีนกระป๋อง สัตว์ปีก กุ้งชีแฮ้ หอย น้ำต้มกระดูก ซุปก้อน ปลาขนาดเล็ก เห็ด
กระถิน ยีสต์ ปลาอินทรีย์ เป็นต้น

ผู้ที่เป็นโรคเกาต์ควรกินอาหารที่มีไขมันน้อยลงเพื่อให้น้ำหนักลดลง ถ้ากินไขมันมากเกินไป
จะทำให้ขับถ่ายกรดยูริกได้ไม่ดี แต่อย่างไรก็ดี ไม่ควรได้รับอาหารที่มีพลังงานต่ำจนเกินไป
เพราะร่างกายจะมีการสลายไขมันจากเนื้อเยื่อ ออกมาใช้ ทำให้มีปริมาณกรดยูริกสะสมเพิ่มขึ้น
และขับถ่ายออกจากร่างกายลดลง

น้ำตาลและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ควรงดเพราะมีผลต่อการขับถ่ายกรดยูริกด้วยเช่นกัน

โรคมะเร็ง : ระวังอาหาร

มะเร็ง (cancer) เป็นเนื้อเยื่อที่เจริญเติบโตผิดปกติ โดยจะขยายเซลล์ไปทำลายเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้เคียง
รวมทั้งกระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ด้วย พบว่าอัตราการเสียชีวิตของประชากรโลกจากมะเร็งเพิ่มสูงขึ้น
เนื่องจากปัจจัยภายนอกที่เป็นตัวกระตุ้น ได้แก่ มลพิษจากสภาพแวดล้อมและอาหาร ข้อมูลต่าง ๆ
จากการศึกษาพบว่าพฤติกรรมการกินอาหารมีผลกับการเกิดโรคมะเร็งมาก เพื่อป้องกัน
การเกิดโรคมะเร็งจึงควรปฏิบัติดังนี้

จำกัดอาหารที่มีปริมาณคอเลสเตอรอลสูง เนื่องจากพบว่ามะเร็งในลำไส้ใหญ่มักเกิดในกลุ่มผู้ที่
กินอาหารที่มีไขมันและ คอเลสเตอรอลสูงเป็นเวลานาน ๆ

หลีกเลี่ยงอาหารหมักดองหรือรมควันที่จะก่อให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร

กินผักและผลไม้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะผักที่มีสารซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งมะเร็ง ได้แก่ อินดอล (indole)
อะโรมาติกไอโซไทโอไซยาเนต (aromatic isothiocyanate) ในดอกกะหล่ำม่วง บรอคโคลี
รวมทั้งผักและผลไม้ที่เป็นแหล่งของวิตามินซีและอี เช่น มะเขือเทศ ส้ม มะนาว จมูกข้าวสาล
ี ดอกคำฝอย ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ที่จะช่วยลดการทำลาย
ของเนื้อเยื่อที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง

สำหรับแนวทางการจัดอาหารสำหรับผู้ที่เป็นมะเร็ง คือ ให้มีสารอาหารครบสัดส่วนตามที่ร่างกาย
ต้องการ โดยอาจจำเป็นต้องแบ่งอาหารออกเป็นหลายมื้อ ดัดแปลงอาหารให้น่ากิน รสชาติดี
เนื่องจากความบกพร่องของระบบย่อยอาหารและปัญหาด้านจิตใจ ที่สำคัญควรเป็นอาหารที่ปรุงสุก

อาหารที่ดีนอกจากปรุงแต่งรสชาติได้อร่อยถูกใจแล้ว การเลือกสรรสารอาหารให้ได้สัดส่วนและ
เหมาะสมกับแต่ละคนยังเป็นการป้องกันโรค ได้ หรืออย่างน้อยการระวังในการกินสักหน่อยก็
ทำให้คนเราอยู่กับโรคต่าง ๆ ได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ไม่ลำบากมากนัก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://health.kapook.com/view109397.html


source: forwarded email, faceboo, or website

บทความน่าสนใจ จาก email, face book, website
เพื่อนๆ ส่งมา พิจารณาด้วยตัวท่านเอง

Welcome to:
www.ThaiTradeTravel.com
email: sucharn.w@gmail.com
tel: (+66) 089-895-6114

 


 
CONTACT US please email to : sucharn.w@gmail.com ..... tel: (+66)-089-895-9636