ThaiTradeTravel.Com
THAI - Stay Healthy  

บทความน่าสนใจ จาก email, face book, website
เพื่อนๆ ส่งมา พิจารณาด้วยตัวท่านเอง


อาหารชะลอตาเสื่อม

  

.

อาหารชะลอตาเสื่อม

"ดวงตา" จัดเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุ ดส่วนหนึ่งของร่างกาย แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็มีความละเอียดอ่อนและซ ับซ้อนอย่างมาก ปัจจัยที่กระตุ้นให้ตาเสื่อ มเร็วขึ้นคือ อายุ สิ่งแวดล้อม อาหารการกินและโรคบางชนิดที ่เช่นเบาหวานที่ควบคุมไม่ดี

ภัยรอบๆตัวเรา

แสงอัลตร้าไวโอเลตจากแสงแดด เป็นแหล่งของอนุมูลอิสระที่ ทำลายตาของเรา เป็นสาเหตุของต้อกระจกและจอ ประสาทตาเสื่อม(macula degeneration) ซึ่งนำไปสู่สาเหตุของตาบอดใ นผู้สูงอายุในวัย 65 ปีขึ้นไป นอกจากแสงแดดแล้ว บุหรี่ และอาหารที่มีสารแอนติออกซิ แดนท์ (สารต้านอนุมูลอิสระ)ต่ำ จะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดต้ อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม ปัจจัยดังกล่าวสามารถป้องกั นได้โดยการใช้แว่นตากันแสงย ูวี หรือสวมหมวกป้องกันแสงแดดไม ่ให้ทำลายดวงตา เลิกบุหรี่ หรือเลี่ยงการอยู่ในบริเวณท ี่มีผู้สูบบุหรี่ และบริโภคอาหารที่มีสารแอนต ิออกซิแดนท์สูงๆ

โรคของตา

ต้อกระจก โรคต้อกระจกเกิดจากโปรตีนใน เลนส์ตาสลายตัวหรือเส้นใยขอ งเลนส์ตาเกิดความเสื่อม ทำให้เลนส์ขุ่นมัวขึ้น แสงผ่านได้น้อย ถ้าทิ้งไว้ไม่รักษาอาจทำให้ ตาบอดได้
โรคจอประสาทตาส่วนกลางเสื่อ ม เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ สูงอายุตาบอด ตัวจอประสาทตาส่วนกลางอยู่ใ นใจกลางของเรตินา (retina) ซึ่งเป็นจอรับภาพ เป็นส่วนที่มีความสำคัญที่ส ุดของตาที่ทำให้คนเราสามารถ แยกแยะความละเอียดของสิ่งที ่มองได้ เรตินายังเป็นส่วนที่สัมผัส กับออกซิเจนในร่างกายมากที่ สุด และนอกจากนี้ในเรตินายังมีไ ขมันในปริมาณสูงทำให้ง่ายต่ อการเกิดอนุมูลอิสระ จึงทำให้จอประสาทตาส่วนกลาง เสื่อมโดยเฉพาะอย่างยิ่งจุด ที่รวมภาพ ในที่สุดจะทำให้ตามัว ถ้าปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ อาจทำให้ตาบอดในที่สุด

อาหารชะลอตาเสื่อม

อาหารประเภทผักและผลไม้มีสา รอาหารที่ช่วยรักษาสุขภาพขอ งดวงตาและลดอนุมูลอิสระที่จ ะทำลายเลนส์ตาคือ สารแอนติออกซิแดนท์ (วิตามินซี อี เบตาแคโรทีน ลูทีน ซีแซนทิน สังกะสี และสารไบโอเฟลโวนอยด์) รวมทั้งไรโบเฟลวิน
- วิตามินอี ช่วยป้องกันปฏิกริยาการสลาย ตัวของกรดไขมันที่อยู่
รอบ ๆ เลนส์ตา คนที่มีระดับวิตามินอีในเลื อดสูงอาจลดความเสี่ยงการเกิ ดต้องกระจกถึง50%
- อาหารที่มีวิตามินซีสูงช่วย ลดความเสี่ยงการเกิดต้อกระจ กได้ วิตามินซีจะช่วยขจัดโปรตีนส ่วนที่ถูกทำลายจากเลนส์ของด วงตา ป้องกันไม่ให้เกิดต้อกระจก คนที่เป็นโรคนี้มักจะมีระดั บวิตามินซีในเลือดต่ำกว่าปก ติ นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยก ารทำงานของวิตามินอี และแคโรทีนอยด์ด้วย ดังนั้นในแต่ละวันจึงควรรับ ประทานวิตามินซีให้ได้ 300 มิลลิกรัมขึ้นไป ซึ่งวิตามินซีในปริมาณนี้หา รับประทานจากอาหารประจำวันไ ด้ไม่ยาก
- แคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ประกอบไปด้วยเบต้าแคโรทีน ลูทีน (lutein) และซีแซนทิน (zeaxanthin) ไลโคพีน ทั้งหมดนี้ช่วยป้องกันเลนส์ ถูกทำลายจากอนุมูลอิสระเช่น กัน
- เบตาแคโรทีน เป็นสารอาหารที่ร่างกายเปลี ่ยนเป็นวิตามินเอ ซึ่งช่วยในการมองเห็นในที่ม ืด เบตาแคโรทีนยังเป็นสารต้านอ นุมูลอิสระที่ให้ประโยชน์ต่ อสุขภาพตา ช่วยบำรุงรักษาดวงตา และป้องกันโรคตาหลายชนิด เช่น โรคต้อกระจก โรคตาบอดกลางคืน และยังช่วยให้ผิวเยื่อเมือก ในส่วนต่างๆของร่างกายชุ่มช ื้นขึ้นอีกด้วย
- ลูทีน และซีแซนทิน เป็นสารแคโรทีนอยด์ที่มีสีเ หลือง พบมากในพืชผักที่มีสีเหลือง และสีเขียวเข้ม เช่น ผักบุ้ง ผักกาดเขียว ผักปวยเล้ง คะน้า ผักโขม ลูทีนและซีแซนทินเป็นสารธรร มชาติที่พบมากในตาบริเวณจุด รับภาพและจอประสาทตา ทำหน้าที่ช่วยกรองหรือป้องก ันรังสีจากแสงแดดและกรองแสง สีน้ำเงินที่เป็นตัวการสำคั ญในการทำลายดวงตา ช่วยปกป้องเซลล์ของจอประสาท ตาไม่ให้ถูกทำลายโดยการลดอน ุมูลอิสระที่จะทำลายดวงตา ร่างกายจำเป็นที่จะต้องได้ร ับสารลูทีนจากอาหาร แต่สารซีแซนทินนอกจากจะได้จ ากอาหารส่วนหนึ่งแล้ว ร่างกายสามารถเปลี่ยนสารลูท ีนในตาไปเป็นสารซีแซนทินได้ ดังนั้นผู้ที่บริโภคผักผลไม ้หลายหลายสีมากเป็นประจำสาม ารถลดความเสี่ยงโรคจอประสาท ตาเสื่อมได้
อย่างไรก็ตามการวิจัยยังพบว ่าสารต้านอนุมูลอิสระประเภท วิตามินซี อี และแคโรทีนอยด์ ในอาหารธรรมชาติให้ผลที่ดีก ว่าการใช้วิตามินทั้ง 3 เสริม ดังนั้นนักวิจัยจึงแนะให้บร ิโภคผักและผลไม้ให้มากขึ้นเ พื่อรีบสะสมสารต้านอนุมูลอิ สระเสียแต่เนิ่น ๆ จะป้องกันอันตรายจากโรคตาเส ื่อมตามวัยได้
- ไบโอเฟลโวนอยด์ พบมากในบูลเบอร์รีหรือบิลเบ อร์รี องุ่นแดง ส้ม และแครนเบอร์รี ไบโอเฟลโวนอยด์ ที่มีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมู ลอิสระคือสารแอนโธไซยานิดิน ช่วยป้องกันอนุมูลอิสระทำอั นตรายให้กับเลนส์ตาและสร้าง ความแข็งแรงให้กับสารคอลลาเ จนซึ่งเป็นโครงสร้างบริเวณก ระจกตา (Cornea) และเส้นเลือดฝอยในตา ปัจจุบันสารสกัดบิลเบอร์รีไ ด้รับความนิยมมากรองจากลูที น นอกจากจะช่วยป้องกันเลนส์ตา แล้วยังช่วยให้มองเห็นในที่ มืดหรือที่มีแสงสลัวๆ ได้ชันเจน บิลเบอร์รีหรือบลูเบอร์รีสด วันละ 1/ 2 - 1 ถ้วยตวง ให้สารแอนโธไซยานิดินเท่ากับที ่ร่างกายต้องการในการรักษาส ุขภาพตา
- ไรโบเฟลวิน เป็นวิตามินบีตัวหนึ่งช่วยเ สริมประสิทธิภาพการทำงานของ สารต้านอนุมูลอิสระ ขณะเดียวกันก็ต้องระวังการเ สริมไรโบเฟลวินมากเกินกำหนด แทนที่จะช่วยกลับจะเป็นอันต รายต่อตาได้ เพราะจะเพิ่มความไวของดวงตา ต่อการถูกทำลายด้วยแสงแดดได ้
- แร่ธาตุสังกะสี อาหารที่มีธาตุสังกะสีสูง เช่น เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ อาจมีผลในการป้องกันการเสื่ อมของจอประสาทตาได้เช่นกัน
- ระวังอาหารรสเค็มจัดหรืออาห ารที่มีโซเดียมสูงโซเดียมเป ็นส่วนประกอบของเกลือแกง อาหารที่มีโซเดียมสูงนอกจาก จะเพิ่มความเสี่ยงความดันโล หิตสูงแล้วยังอาจมีส่วนทำให ้เกิดต้อกระจกได้ ระดับโซเดียมที่ต่ำในลูกตาจ ะป้องกันเลนส์ตาขุ่นฝ้า การรับประทานอาหารเค็มจัดจะ ทำให้ได้รับโซเดียมมากเกินค วรจึงทำให้เกิดปัญหาการรักษ าระดับโซเดียมในตา

ปัจจัยเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อม ที่จะทำลายเลนส์ตาและทำให้จ อประสาทตาเสื่อมนั้นเป็นสิ่ งที่สามารถป้องกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภค ผักและผลไม้อย่างหลากหลายเป ็นประจำทุกวันนอกจากจะช่วยล ดความเสี่ยงต้อกระจกและจอปร ะสาทตาเสื่อมได้แน่นอนกว่าก ารเสริมวิตามินแล้วยังช่วยใ นการรักษาสุขภาพกายด้านอื่น ๆ ป้องกันโรคเรื้อรังไม่ติดต่ อมากมาย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http:// www.healthandcuisine.com/ detail.aspx?id=1710#.VKKnXA LYdA
ที่มา : smart sme

source: forwarded email, faceboo, or website

บทความน่าสนใจ จาก email, face book, website
เพื่อนๆ ส่งมา พิจารณาด้วยตัวท่านเอง

Welcome to:
www.ThaiTradeTravel.com
email: sucharn.w@gmail.com
tel: (+66) 089-895-6114

 


 
CONTACT US please email to : sucharn.w@gmail.com ..... tel: (+66)-089-895-9636